ในโลกของการสร้างธุรกิจยุคใหม่ มีนิยามหนึ่งที่นักลงทุนระดับปรมาจารย์มักจะกล่าวไว้ว่าการหาเงินทุนนั้นเป็นเรื่องยาก แต่การหาเงินทุนที่มีคุณภาพนั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งกว่า หากเรายังคงใช้กรอบคิดเดิมๆ ในการพิจารณาการลงทุน เราอาจจะสูญเสียไอเดียพันล้านไปอย่างน่าเสียดาย
แม้จะมีเงินทุนไหลเวียนในระบบมหาศาล แต่เงินเหล่านั้นกลับกระจุกตัวอยู่ในจุดที่ปลอดภัยเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ยังไม่มีรายได้ชัดเจนหรือไม่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน
เทรนด์การลงทุนรอบติดตามผล (Follow-on funding) กำลังบดบังโอกาสของโปรเจกต์ใหม่ๆ ภาวะคอขวดนี้ทำให้ธุรกิจที่มีศักยภาพต้องปิดตัวลงก่อนที่จะได้แสดงฝีมือ
หากเราสังเกตห้องประชุมของเหล่านักลงทุน เราจะพบความจริงที่ว่าความหลากหลายยังมีน้อยมาก การที่นักลงทุนกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกันทำให้มุมมองในการมองตลาดแคบลง
การเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนหญิงไม่ใช่เพียงเรื่องของความเท่าเทียม แต่คือการเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน การเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมจะช่วยสร้างระบบนิเวศการเงินที่ยั่งยืนกว่าเดิม
สิทธิประโยชน์อย่าง SEIS หรือ EIS ในระดับสากลช่วยลดความเสี่ยงได้จริงแต่ไม่ใช่เหตุผลหลักในการตัดสินใจ สิ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญสูงสุดคือ "คุณภาพของมนุษย์" ที่อยู่เบื้องหลังโครงการ
เงินทุนที่ดีจะมาพร้อมกับคำแนะนำที่จะช่วยย่อระยะเวลาสู่ความสำเร็จให้สั้นลง ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ควรให้ความสำคัญกับการสร้างตัวตนและแบรนด์บุคคลให้ชัดเจน
เมื่อเราเปิดกว้างให้กับนักลงทุนทุกกลุ่ม โอกาสใหม่ๆ ก็จะปรากฏขึ้นเองอย่างเป็นธรรมชาติ จงจำไว้ว่าแผนธุรกิจที่สวยหรูอาจดึงดูดสายตาได้เพียงชั่วครู่ ถึงเวลาแล้วที่นักธุรกิจไทยจะนำบทเรียนเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในเวทีสากล ตามไปดูที่นี่